Subscribe RSS

Tag-Archive for "ภูเก็ต"

แหลมพรหมเทพ Jun 19

           แหลมพรหมเทพ เป็นจุดชมวิวที่สวยงามของภูเก็ต อยู่ห่างจากหาดราไวย์ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านเรียกว่าแหลมเจ้า จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดลงสู่ปลายแหลมที่เป็นโขดหิน สามารถเดินไปจนถึงปลายแหลมได้ มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกต และสามารถเห็นเกาะแก้วอยู่ด้านหน้าแหลม ทางขวาจะเห็นแนวหาดทรายของหาดในหาน แหลมพรหมเทพนับเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง

          นอกจากนั้นยังมี “ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ” สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มีขนาดความกว้างที่ฐาน 9 เมตร สูง 50 ฟุต และแสงไฟจากโคมไฟจะมองเห็นไกลถึง 39 กิโลเมตร ใช้เป็นเครื่องหมายในการเดินเรือเนื่องจากภูเก็ตถือเป็นศูนย์กลางเส้นทางคมนาคมในทะเลอันดามันที่สำคัญ ภายในประภาคารมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวการสร้างประภาคาร การรักษาเวลามาตรฐาน การคำนวณ และแสดงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและตก เรือหลวงจำลองพร้อมประวัติเรือแต่ละลำ จากบนยอดของประภาคารยังเป็นจุดชมทิวทัศน์บริเวณแหลมพรหมเทพโดยรอบ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ททท. สำนักงานภูเก็ต

บ้านชินประชา Jun 09

          บ้านเก่าแก่สไตล์ชิโน-โปรตุกีส ซึ่งสร้างขึ้นเป็นแห่งแรกของเกาะภูเก็ต มีอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่ที่ถนนกระบี่ ตำบลตลาดเหนือ ในตัวเมืองภูเก็ต เป็นบ้านของตระกูล ตัณฑวณิช ผู้เป็นเจ้าของได้อนุรักษ์ตัวอาคารและเครื่องเรือนเครื่องใช้ต่างๆ ในบ้านไว้เป็นอย่างดี โดยมีความมุ่งหวังให้สถานที่แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ซึ่งเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่แสดงถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของภูเก็ตผ่านการใช้ชีวิตของผู้คนชาวภูเก็ต ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา 

          ลักษณะที่โดดเด่นของบ้าน คือ เป็นบ้านสองชั้น ประตูบ้านลงรักปิดทอง มีอักษรจีน  มีหน้าต่างไม้หลายบานซึ่งในบานหน้าต่างทำเป็นบานเกล็ดเปิดปิดได้  เมื่อเข้ามาในบ้านจะเย็นสบายอากาศถ่ายเทสะดวก เนื่องจากตรงกลางบ้านเปิดโล่งเพื่อระบายอากาศ และมีสระน้ำเล็ก ๆ อยู่กลางบ้าน พื้นกระเบื้องจากอิตาลี  บันไดไม้มีลวดลายสวยงามมาก เครื่องเรือนส่วนใหญ่เป็นไม้ฝังมุกนำมาจากเมืองจีน  มีเครื่องใช้ เครื่องครัวโบราณ ภาพถ่าย ภาพวาดในอดีตที่สวยงามและน่าสนใจ

          บ้านชินประชาเปิดให้เข้าชมทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ 100 บาท สอบถามรายละเอียด โทร. 0 7621 1167, 0 7621 1281

 


ความเป็นมาของบ้านชินประชา

          บ้านชินประชาสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2466 (ค.ศ.1903) หรือในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระพิทักษ์ชินประชา (ตันม่าเสียง) บิดาของท่านคือ หลวงบำรุงจีนประเทศ (ตันเนียวยี่) เป็นชาวฮกเกี้ยนที่รับราชการทหารในประเทศจีน ต่อมาบิดาท่านได้เดินทางมายังประเทศไทยในปี พ.ศ. 2397  (ค.ศ. 1854) หรือในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ประกอบกิจการทำเหมืองแร่ดีบุกที่เกาะภูเก็ต และกิจการค้าขายที่เกาะปีนัง

          พระพิทักษ์ชินประชา (ตันม่าเสียง) ผู้สร้างบ้านหลังนี้ ถือกำเนิดที่เกาะภูเก็ตในปี พ.ศ. 2426 (ค.ศ.1883) เมื่ออายุได้ 20 ปี ท่านได้สร้างบ้านหลังนี้ตามแบบ ชิโน-โปรตุกีส เป็นหลังแรกของจังหวัดภูเก็ต หรือที่เรียกว่า อังม่อเหลา  เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษเมืองจีน  วัสดุส่วนอื่นของบ้านนั้นส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เนื่องจากการค้าขายทางเรือผ่านเกาะปีนังมายังภูเก็ต ในสมัยนั้นเฟื่องฟู เช่น รั้วบ้านจากฮอลแลนด์ กระเบื้องปูพื้นจากอิตาลี ฯลฯ ปัจจุบันบ้านชินประชามีอายุกว่า 100 ปี และมีลูกหลาน นับเนื่องเป็นรุ่นที่ 6 แล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก
ฐานข้อมูลพิพิธภัณพ์ท้องถิ่นในกระเทศไทย
โครงการวิจัยและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร May 10

 

          ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร เป็นวีรสตรีไทยที่ป้องกันเมืองถลางให้พ้นจากข้าศึกได้ในสงครามเก้าทัพ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ท้าวเทพกระษัตรี มีชื่อเดิมว่า “ท่านผู้หญิงจัน” ท้าวศรีสุนทร เป็นน้องมีชื่อเดิมว่า “คุณมุก” ทั้งสองเป็นบุตรีของจอมรั้งเจ้าเมืองถลาง

ประวัติ

          คุณจัน เป็นบุตรีคนแรกของจอมร้างบ้านเคียน ซึ่งเกิดจากนางหม้าเสี้ย มีพี่น้องร่วมบิดา มารดาเดียวกัน 5 คน เมื่ออายุสมควรจะมีเรือน บิดามารดาก็ได้จัดการแต่งงานให้กับหม่อมภักดีภูธร (สามีคนแรก) มีธิดา 1 คน คือแม่ปราง และบุตร 1 คน คือนายเทียน (ต้นสกุล ประทีป ณ ถลาง) หลังจากคลอดนายเทียน หม่อมภักดีภูธรเสียชีวิตลง คุณจันอยู่เป็นหม้ายจนกระทั่งแต่งงานครั้งที่สองกับพระยาพิมลอัยา (ขัน) ภายหลังเป็นพระยาสุรินทราชาพิมลอัยา (ขัน) มีบุตรธิดาอีก 2 คน คุณจันเป็นผู้ประกอบด้วยความงาม มีอัธยาศัยสุภาพอ่อนโยน และมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวสมกับเป็นบุตรของจอมร้างบ้านเคียน จึงเป็นที่สนิทเสน่าหาของบิดามารดาและวงศ์ญาติทั้งหลาย เมื่อบิดามารดาแก่เฒ่า คุณจันก็ได้รับภาระปกครองผู้คนบ่าวไพร่ และดูแลการงานภายในครอบครัวแทนบิดามารดาโดยสิทธิ์ขาด

          คุณมุก เป็นบุตรคนที่ 2 ของจอมร้างบ้านเคียน ซึ่งเกิดจากนางหม้าเสี้ย มีกิริยาสุภาพอ่อนโยน ทั้งมีสติปัญญาและความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวไม่ย่อหย่อนกว่าคุณจันผู้พี่ เป็นที่สนิทเสน่หาของบิดามารดา และวงศ์ญาติเช่นกัน แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าแต่งงานกับผู้ใดหรือไม่

          เมื่อจอมร้างบ้านเคียนถึงแก่กรรมลง พญาถลางอาดบุตรชายและน้องชายท่านผู้หญิงจันได้ครองเมืองถลาง ครองได้ไม่นานก็ถูกผู้ร้ายยิงตาย หลังสมเด็จพระเจ้าตากสินปราบก๊กพระยานครได้ประมาณ 7 ปี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาสุรินทราชาพิมลอัยา (ขัน) เป็นเจ้าเมืองถลาง ท่านผู้หญิงจันเป็นแม่เมืองปกครองเมืองถลางด้วยความสงบสุขสืบมา ครั้นเมื่อพระยาสุรินทราชาพิมลอัยา (ขัน) เจ้าเมืองเสียชีวิต กองทหารจากเมืองหลวงที่ยึดค่ายปากพระได้เข้าเกาะตัวจับกุมท่านผู้หญิงจันเป็นเชลยศึกไปที่ค่ายปากพระ ในข้อกล่าวหาอ้างว่าสามีเป็นหนี้แผ่นดิน

          ส่วนแผ่นดินพม่ามีพระเจ้าปดุงครองราชสมบัติใต้ฟ้าแผ่นดินอังวะ ลุปี พ.ศ. 2328 พม่าได้เตรียมกองทัพใหญ่ด้วยพระประสงค์ที่จะขยายอาณาเขต ด้วยกองทัพที่ยิ่งใหญ่แกร่งกล้าในการรบสามารถปราบรามัญ ไทใหญ่ มณีปุระ ยะไข่ รวบรวมไพร่พลได้ถึง 144,000 คน จัดเป็นทัพใหญ่หมายโจมตีสยามประเทศ เป็นที่รู้จักกันดีในนามสงคราม 9 ทัพ พม่ายกทัพเข้าบุกตีค่ายปากพระ ซึ่งทหารของรัชกาลที่ 1 เป็นผู้บัญชาการค่าย พญาพิพิธโภไคยหนีไปเมืองพังงา ท่านผู้หญิงจันในขณะนั้นยังถือว่าเป็นเชลยศึก ได้หนีข้ามช่องปากพระ เข้ามายังเมืองถลาง ผ่านบ้านไม้ขาว บ้านสาคู และบ้านเคียน อันเป็นที่ตั้งเมืองถลาง

          แม่ทัพใหญ่ยี่หวุ่นคุมกำลัง 3,000 คน เข้าตีหัวเมืองทางชายฝั่งทะเลตะวันตก ตั้งแต่เมืองกระ ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง ค่ายปากพระ โดยมีเป้าหมายสุดท้ายที่เมืองถลางขุมคลังของสยาม ข่าวทัพเรือพม่าบุกโจมตี กอปรกับเจ้าเมืองถลางเสียชีวิตเป็นข่าวร้ายที่ทำร้ายจิตใจชาวเมืองถลางให้อยู่ในความหวาดกลัว ไม่มีที่พึ่งหมดหวัง แต่พลังใจทั้งมวลกลับตั้งมั่นด้วยจิตใจที่เข็มแข็งของท่านผู้หญิงจันและคุณมุกน้องสาว โดยได้นำกำลังจากบ้านสาคู บ้านในยาง บ้านดอน บ้านไม้ขาว บ้านแขนน บ้านลิพอน บ้านเหรียงมาเตรียมการรบ ณ ค่ายข้างวัดพระนางสร้าง ฝ่ายพม่ายกทัพเข้ามาเร่งก่อสร้างค่ายบริเวณทุ่งนา (โคกชนะพม่า) เพื่อเตรียมโจมตีเมืองถลาง ส่วนท่านผู้หญิงจัน คุณมุกและคณะกรมการเมืองวางแผนตั้งค่ายประชิดค่ายข้าศึก เตรียมปืนใหญ่ตรึงไว้ดึงเวลาได้หลายวันเป็นผลให้เสบียงอาหารของพม่าลดน้อยลง และวางแผนให้กลุ่มผู้หญิงแต่งตัวคล้ายทหารไทย เอาไม้ทองหลางเคลือบดีบุกมาถือแทนอาวุธ ทำทียกขบวนเข้าเมืองถลางในช่วงดึกลวงพม่าว่าเมืองถลางมีกำลังมาเสริมทุกคืน ทำให้พม่าคาดการณ์กองกำลังเมืองถลางผิดพลาด การศึกครั้งนี้กินเวลายาวนานถึง 1 เดือนเศษ กำลังพม่าทั้งอ่อนล้าและขาดเสบียงอาหาร เมื่อพม่าตั้งพลเข้าโจมตีถูกฝ่ายเมืองถลางระดมยิงปืนเล็กปืนใหญ่ นำเอาดินประสิวไปโปรยในกองทัพพม่ายิงคบเพลิงเข้าไปผสมตามยุทธวิธีพระพิรุณสังหาร ครั้นเมื่อชาวเมืองถลางยิงปืนใหญ่แม่นางกลางเมืองถูกต้นทองหลางหน้าค่ายพม่าหักลง กองทัพพม่าระส่ำระสายเสียขวัญ และแตกทัพไปเมื่อวันจันทร์ เดือน 4 แรม 14 ค่ำ ปีมะเส็ง สัปตศก จุลศักราช 1147 ตรงกับวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2328 เป็นวันถลางชนะศึก

          เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมบำเหน็จผู้ทำคุณแก่แผ่นดิน ให้ท่านผู้หญิงจันเป็น ท้าวเทพกระษัตรี คุณมุกน้องสาวเป็น ท้าวศรีสุนทร ดำรงยศอันมีศักดิ์แก่ฐานานุรูป เป็นศรีแก่เมืองถลาง และวงศ์ตระกูลสืบไป

อนุสาวรีย์

          อนุสาวรีย์ของทั้งสองท่านตั้งอยู่ที่วงเวียนสี่แยกท่าเรือ ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต และได้มีการตั้งชื่อตำบลในภูเก็ต 2 ตำบลตามท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร คือตำบลเทพกระษัตรี และตำบลศรีสุนทร

งานท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร 

          งานท้าวเทพกระษัตรี-ท้าวศรีสุนทร ตรงกับวันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี มีการจัดงานเฉลิมฉลอง มีกิจกรรมต่างๆ มากมายเพื่อ รำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่สองวีรสตรีสามารถปกป้องเมือง ถลาง ให้รอดพ้นจากข้าศึกพม่า และสดุดีในวีรกรรมของท่าน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

วัดพระทอง (วัดพระผุด) Apr 21

วัดพระทอง (วัดพระผุด)

ที่ตั้ง 
         
วัดพระทอง (วัดพระผุด)  ตั้งอยู่ในเขต บ้านนาใน ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ห่างจากตัวเมืองประมาณ 21 กิโลเมตร เดินทางไปตามถนนเทพกษัตรีหรือทางหลวงหมายเลข 402 ผ่านสี่แยกอำเภอถลาง ถึงที่ว่าการอำเภอถลางทางด้านขวาจะมีทาง แยกเข้าวัดพระทอง

ประวัติความเป็นมา
          จากตำนานพื้นบ้านเล่าต่อกันมาว่า เดิมบริเวณวัดเป็นทุ่งโล่งใช้เลี้ยงสัตว์ มีเด็กลูกชาวบ้านแถบนั้นนำควายมาเลี้ยงโดยผูกควายไว้กับหลักซึ่งโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน หลังจากนั้นเด็กและควายตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ตกกลางคืนพ่อของเด็กฝันว่าเด็กตาย เพราะนำควายไปล่ามกับพระเกตุมาลาของพระพุทธรูปที่จมดินอยู่ รุ่งขึ้นจึงช่วยกันค้นหาและพบว่ามีพระพุทธรูปอยู่ที่บริเวณนั้นจริง จึงช่วยกันขุดเพื่อนำไปไว้ในสถานที่เหมาะสมแต่ก็ไม่สำเร็จ ต่อมาเมื่อ พ . ศ .2328 พระเจ้าปะดุง กษัตริย์พม่ายกทัพมาโจมตีเมืองถลางได้ใช้ให้ทหารขุดพระผุดเพื่อนำกลับไปบูชาที่พม่า เมื่อขุดลงไป คราวใดจะมีฝูงแตนไล่ต่อยจนต้องเลิกขุดในที่สุด ชาวบ้านเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงนำทองคำมาหุ้มพระพุทธรูปที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินเพียงครึ่งองค์ดังปรากฏอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑสถานวัดพระทอง” เป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุข้าวของเครื่องใช้ของชาวภูเก็ต เช่น “จังซุ่ย” เสื้อกันฝนชาวเหมืองแร่ดีบุก รองเท้าตีนตุกของสตรีเชื้อสายจีนที่ต้องมัดเท้าให้เล็กตามค่านิยมของสังคมสมัยนั้น เช่น

เวลาเปิดบริการ 
          เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.30 น .

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไย สำนักงานภูเก็ต
ห้องสมุดโรงเรียนสตรีภูเก็ต

อุทยานแห่งชาติสิรินาถ (หาดในยาง) Mar 15

          ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2524 อยู่ห่างจากตัวเมือง 30 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนเทพกษัตรี ผ่านสี่แยกอำเภอถลาง ตรงไปเมื่อถึงหลักกิโลเมตร 21-22 จะมีทางแยกด้านซ้ายเข้าไป 10 กิโลเมตร หรือจะไปทางแยกเข้าสนามบินเลี้ยวซ้าย 2 กิโลเมตร ครอบคลุมเนื้อที่ 56,250 ไร่ เป็นหาดทรายที่มีความยาวต่อเนื่องกันถึง 13 กิโลเมตร โดยเริ่มจากหาดในทอน ใช้เส้นทางไปอุทยานฯ เลี้ยวซ้ายที่หลักกิโลเมตร 21-22 เมื่อถึงทางแยกเข้าบ้านสาคู เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 3 กิโลเมตร 

          หาดในทอน เป็นเวิ้งอ่าวที่งามแปลกตาทอดโค้งจากตัวเกาะเป็นที่กำบังคลื่นลมได้อย่างดี และเป็นหาดที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ

          หาดในยาง  เป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นหาดที่มีสวนสนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนและเล่นน้ำ นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังขนาดใหญ่เป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด โดยเฉพาะเต่าทะเลซึ่งจะขึ้นมาวางไข่บนหาด ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ แต่ปัจจุบันเต่าทะเลมีจำนวนลดลงมากจนแทบจะไม่เห็นเต่าขึ้นมาวางไข่อีกเลย

          หาดไม้ขาว  หรือหาดสนามบิน ไปตามเส้นทางถนนเทพกษัตรีผ่านทางแยกเข้าสนามบินตรงไปทางสะพานสารสินจะมีทางแยกด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกทางเข้าหาดไม้ขาว เลี้ยวซ้ายไป 3.5 กิโลเมตร ก็จะถึงหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นหาดที่มีจั๊กจั่นทะเลและเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่เช่นเดียวกับหาดในยาง

          หาดทรายแก้ว  เป็นหาดทรายขาวทอดยาวขนานกับทิวต้นสนอยู่ถัดจากหาดไม้ขาวไปจนถึงสะพานสารสิน นับเป็นหาดที่อยู่เหนือสุดของเกาะภูเก็ต

          อุทยานแห่งชาติสิรินาถ มีที่พักบริการนักท่องเที่ยว บังกะโล จำนวน 10 หลัง ราคาหลังละ 600-1,200 บาท และเต็นท์ ราคา 100-300 บาท หากนำเต็นท์มาเองเสียค่าธรรมเนียมเช่าพื้นที่คนละ 20 บาท สอบถามข้อมูลได้ที่ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ หาดในยาง ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83140 โทร. 0 7632 8226 กรมอุทยานแห่งชาติ กรุงเทพฯ โทร. 0 2561 2919, 0 2579 7223, 0 2579 5734 หรือ www.dnp.go.th

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ททท. สำนักงานภูเก็ต
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก กรมป่าไม้

ประวัติจังหวัดภูเก็ต Feb 23

           ภูเก็ตปรากฏชื่อในปี พ.ศ. 700 บันทึกโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวกรีกชื่อ ปโตเลมี ซึ่งเป็นนักสำรวจ แผ่นดินทั่วโลก โดยกล่าวถึงเกาะใหญ่ทางทิศตะวันตกขอแหลมมาลายูและเรียกชื่อว่า จังซีลอน (JUNK CEYLON) พร้อมทั้งเขียนแผนที่และหมู่เกาะแถบนั้น เกาะภูเก็ตหรือเกาะถลาง ได้รับการบันทึกต่อมาว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรศรีวิชัย ซึ่งมีศูนย์กลางอำนาจที่เมืองไชยาและอาณาจักศรีธรรมนคร มีศูนย์กลางอำนาจที่นครศรีธรรมราช จนมาถึงอาณาจักรสุโขทัยและอยุธยาตามลำดับ

           ในปี พ.ศ. 2169 (371 ปี) พระเจ้าทรงธรรมในสมัยอยุธยาเป็นราชธานี ได้มีพระบรมราชานุญาตให้ ชาวฮอลันดาสร้างสถานีรับซื้อแร่ดีบุกที่เกาะถลาง ในปี พ.ศ. 2228 (312 ปี) สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ทำสนธิสัญญาค้าขายกับฝรั่งเศสและใน สัญญาได้ระบุให้ฝรั่งเศสตั้งคลังและสถานีรับซื้อแร่ดีบุกที่เกาะถลางโดยให้ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว

ภูเก็ตในอดีต

           ในปี พ.ศ. 2328 (212 ปี) สมัยรัชกาลที่ 1 ก่อนหน้านี้เกาะถลางได้พัฒนาการปกครองมาเป็นระบบ เจ้าเมือง ในปีนี้เองได้เกิดศึกสงครามขึ้น ระหว่างไทยกับพม่า เรียกว่าสงครามเก้าทัพ ทัพทางใต้ของพม่าได้ยกพล มาตีเมืองถลาง ในเวลานั้นพระยาพิมล (ขัน) เจ้าเมืองถลาง ได้เกิดล้มป่วยหนักและเสียชีวิต ภรรยาเจ้าเมืองคือ ท่านผู้หญิงจันและคุณมุกน้องสาว ได้ร่วมมือกับกรมการเมืองต่อสู้กับพม่าจนพม่าถอยทัพกลับไปในวันที่ 13 มีนาคม 2328 ท่านผู้หญิงจันได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น ท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุกได้เป็น ท้าวศรีสุนทร ในสมัย นี้ได้มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศอังกฤษ ชาวอังกฤษที่เป็นบุคคลสำคัญลและได้รับการกล่าว ถึงคือกัปตันฟรานซิสไลท์ (พระยาราชกปิตัน)ผู้สร้างเกาะปีนังให้เป็นเมืองท่าสากล หลังจากนั้นได้สร้างเมืองอะดิเลส ประเทศออสเตรเลีย ในปี พ.ศ. 2352 สมัยรัชกาลที่ 2 พม่าได้ยกทัพมาตีเกาะถลางอีกครั้ง คราวนี้เจ้าเมืองถลางไม่สามารถ รักษาเมืองไว้ได้ ถูกพม่าตีแตกในวันที่ 13 มกราคม ในปีเดียวกันผู้คนบางส่วนได้อพยพ ไปอยู่บนผืนแผ่นดินใหญ่ ตอนเหนือของเกาะคือ พังงา

           พระยาถลาง (เจิม) รวบรวมชาวถลางเท่าที่เหลืออยู่ ตั้งเป็นเมืองใหม่ขึ้นที่บ้านท่าเรือ ระหว่างปี พ.ศ. 2354-2380 ต่อมาบุตรพระยาถลาง (เจิม) ชื่อ พระยาภูเก็ตโลหเกษตรารักษ์ (แก้ว) ได้เป็นเจ้าเมืองภูเก็ตและได้รับ สิทธิ์ผูกขาดการทำเหมืองแร่ที่เมืองภูเก็ตทั้งหมด และเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2392 พระภูเก็ต (ทัต) บุตรชายได้เป็นเจ้าเมืองต่อมา และได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาวิชิตสงคราม ท่านเป็น เจ้าเมืองนักพัฒนาอีกทั้งได้ค้นพบแหล่งแร่ดีบุกจำนวนมหาศาลบริเวณใกล้อ่าวทุ่งคา กิจการเหมืองแร่และการค้าใน เมืองภูเก็ตได้เติบโตอย่างรวดเร็ว ท่านได้ริเริ่มสร้างเมือง อีกทั้งชักชวนให้พ่อค้าชาวจีนเข้ามาลงทุนค้าขายและทำ เหมืองแร่ดีบุก ท่านจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นคนแรกที่วางรากฐานในการพัฒนาและสร้างเมืองภูเก็ตให้เติบโตขึ้น อย่างรวดเร็ว

           การพัฒนาการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ เป็นไปอย่างจริงจัง เมื่อประมาณปี 2493 โดยได้มีการวิจัย นับตั้งแต่การรวบรวมปลูกในระดับพื้นฐาน ต่อมาในปี 2497 ได้เริ่มเปิดการฝึกอบรมการเลี้ยงกล้วยไม้ให้แก่ประชาชนผู้สนใจทั่วไป และมีการจัดตั้งชมรมกล้วยไม้ขึ้นในปี 2498 ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นสมาคมกล้วยไม้เมื่อปี 2500 และในปีเดียวกันนี้ ได้เริ่มมีการนำเอาความรู้ในเรื่องกล้วยไม้และแนวความคิดในการพัฒนาวงการกล้วยไม้ออกเผยแพร่ทั้งทางโทรทัศน์และวิทยุ และมีการผลิตเอกสารสิ่งพิมพ์เผยแพร่ ทำให้วงการกล้วยไม้ของประเทศไทย ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งมีการจัดตั้งสมาคมและสโมสรเกี่ยวกับกล้วยไม้ขึ้นในภาคและจังหวัดต่างๆ

           ในปี พ.ศ. 2440 โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัยสร้างขึ้นในชื่อ “โรงเรียนวรสิทธิ์” ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนหนังสือ แห่งแรกในมณฑลภาคใต้ฝั่งตะวันตก ตั้งอยู่ในบริเวณวัดมงคลนิมิตร โดยมีพระเทวพรหมาบดี, พระวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี สังฆปาโมกข์ (เพรา พุทธสโร) เป็นผู้ดำเนินการ (ครูใหญ่) ท่านผู้นี้ได้สร้างความ เจริญในด้านการศึกษาให้แก่โรงเรียนเป็นอันมาก

           ในปี พ.ศ. 2444 พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศร (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต คนที่ 4 เป็นผู้สร้างเมืองภูเก็ตยุคใหม่ พระยารัษฎาฯ ได้ชักชวนนักลงทุนชาวต่างประเทศ เข้ามาขุดแร่ดีบุกทั้งบนบกและใน ทะเล ยุคนี้ถือได้ว่าเป็นยุคทองของเมืองภูเก็ต ได้มีการจัดวางผังเมือง ตัดถนนใหม่ทั้งหมด ทั้งในเมืองและนอกเมือง สร้างตึกรามบ้านช่องที่ทันสมัย สร้างศูนย์ราชการ อีกทั้งชักชวนให้ธนาคารชาเตอร์ ซึ่งเป็นธนาคารต่างชาติมาเปิด ดำเนินการที่ภูเก็ตเป็นแห่งแรกของประเทศไทย สร้างสถานีตำรวจ สร้างโรงพยาบาลวชิระและวางระบบ สารธรณูปโภคขั้นพื้นฐานขึ้นในเกาะภูเก็ต

           ในปี พ.ศ. 2475 ได้มีการเปลี่ยนระบบการปกครองใหม่ขึ้นในประเทศไทย เกาะภูเก็ตได้ยกเลิกการ ปกครองแบบมณฑลมาเป็นการปกครองส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่นในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย จวบจนปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2515 อุตสาหกรรมแร่ดีบุกที่ได้ดำเนินมามากกว่า 300 ปี ได้ถึงยุคตกต่ำ ธุรกิจการท่องเที่ยว เข้ามาแทนที่และได้รับการส่งเสริมพัฒนา และเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบัน
 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมธนารักษ์

เทศกาลกินเจภูเก็ต Feb 15

 

กินเจภูเก็ต

          จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่จัดประเพณีการกินเจอย่างยิ่งใหญ่ทุกๆ ปี โดยมาจากรากฐานความเชื่อเดียวกัน คนจีนเรียก “เจเดือนเก้า” แต่ถ้านับตรงกับเดือนไทยก็จะได้ตรงกับเดือน 11 ดังนั้นเทศกาลกินเจที่ภูเก็ตจึงมีขึ้นหลังเทศกาลกินเจทั่วๆไป บางครั้งเราจึงมักได้ยินชื่อเรียกของเทศกาลกินเจที่ภูเก็ตว่า เป็นเทศกาลกินผัก ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือการกินเจในรูปแบบ และระยะเวลา 9 วันเช่นเดียวกัน

 ตำนานการกินเจที่จังหวัด ภูเก็ต

          มีคณะงิ้วจากเมืองจีน มาเปิดการแสดงที่อำเภอกระทู้นานเป็นแรมปี บังเอิญช่วงนั้นเกิดโรคระบาดขึ้น คณะงิ้วจึงจัดให้มีพิธีกินเจ และสร้างศาลเจ้าขึ้นเพื่อสะเดาะเคราะห์ หลังจากนั้นโรคระบาดก็หาย ชาวกะทู้เกิดความศรัทธาจึงปฏิบัติตาม หลังจากประกอบพิธีอยู่ประมาณ 2-3 ปี ก็มีผู้คนเลื่อมใสมากขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับอยากได้พิธีกินเจที่สมบูรณ์แบบตามประเพณีมณฑลกังไส ประเทศจีน จึงได้ส่งตัวแทนไปนำควันธูป (เหี่ยวเอี้ยน) จากกังไสให้ลอยมาถึงภูเก็ต โดยในการเดินทางกลับจะต้องคอยจุดธูปต่อกันมิให้ดับมอด ศาลเจ้ากะทู้จึงได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับของพิธีกินเจในปัจจุบัน

          สำหรับเมืองไทยความเชื่อเรื่องการกินเจ เป็นไปในแนวทางของการละเว้นการเอาชีวิตของสัตว์ เพื่อเป็นสักการะบูชาแก่พระพุทธเจ้า และมหาโพธิสัตว์กวนอิม อาจเนื่องจากการแพร่หลายของการละเว้นการกินเนื้อวัว ในกลุ่มคนที่นับถือ “เจ้าแม่กวนอิม” การกินเจจึงเป็นอีกหนึ่งพิธีกรรมเพื่อสักการะ 

 พิธีปฏิบัติในเทศกลาจกินเจ

          ประเพณีกินเจจะจัด 9 วัน 9 คืน โดยแต่ละวันมีพิธีต่างๆ กันดังนี้

           วันแรก แต่ละศาลเจ้าก็จะดูฤกษ์ยามว่า จะเชิญเจ้ามาเวลาไหน แต่ไม่เกินเที่ยงวัน โดยใช้ “ปวย” 2 อันเสี่ยงทายโดยการโยน 2 ครั้ง หาก 1 อันหงาย 1 อันคว่ำ แสดงว่า เจ้าทั้ง 9 ได้เสด็จลงมาแล้ว การกินเจจะเริ่มขึ้น แต่คนส่วนใหญ่มักทานกันล่วงหน้าเพื่อล้างท้อง

          ที่ภูเก็ตในตอนกลางคืนจะมีพิธียกเสา “โกเด้ง” ขึ้นที่หน้าศาลเจ้า หรืออ๊าม เพื่อใช้เป็นที่แขวนตะเกียงทั้ง 9 ดวง และอัญเชิญดวงวิญญาณของยกอ๋องฮ่องเต้ หรือ พระอิศวร และ กิวอ๋องไตเต หรือ ราชาผู้เป็นใหญ่ทั้งเก้ามาประทับ

           เช้าวันที่สอง จะมีการจุดธูปขนาดใหญ่ ตั้งเครื่องเซ่นและเผาไม้หอม เพื่อบูชาเจ้าประจำอ๊าม

          หลังพิธีการกินเจ หรือชาวภูเก็ตเรียก “การกินผัก” ผ่านไป 3 วัน จะถือว่าตัวเองมีความสะอาดแล้ว หรือเรียกว่า “เช้ง” ในตอนค่ำมีพิธีการเชิญเจ้าเข้าทรงอีก 2 องค์ คือ “ลำเต้า” เจ้าผู้สำรวจคนเกิด และ “ปักเต้า” เจ้าผู้สำรวจคนตาย และทำพิธี “ปั้งกุ้น” หรือพิธีปล่อยพระ หรือการจัดทหารของเจ้าไปรักษาศาลเจ้าทั้ง 5 ทิศ เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้าย และภูตผีมาทำลายพิธี ความสนุกสนานเริ่มขึ้นตรงนี้ เมื่อการเชิญทหารเต็มไปด้วยร่างทรงของตัวละคร อาทิ เห้งเจีย บู๊สง เป็นต้น

           วันที่สี่ เป็นวันที่คนส่วนใหญ่จะมาไหว้เจ้า วันนี้ศาลเจ้าต่างๆ จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คน

           ในวันที่เจ็ด จะเริ่มพิธีบูชาดาว เพื่อขอความเป็นสิริมงคล รักษาโรคภัยไข้เจ็บ เป็นอีกวันหนึ่งที่มีการไหว้เจ้า แต่วันนี้สำคัญกว่าวันที่สี่ เรียกว่า “ไหว้เจ้าใหญ่” ในวันนี้จะมีการซื้อเต่า, ปลาไหล, นก ฯลฯ มาไหว้ด้วย

กินเจภูเก็ต

           วันที่แปด วันนี้จะมีการลอยกระทง คล้ายการลอยกระทงของคนไทย เพื่อขอบคุณเจ้าแม่คงคาที่ให้น้ำใช้ น้ำดื่ม และให้สิ่งไม่ดีลอยไปตามน้ำ นอกจากนี้ที่ภูเก็ตยังมีการจัดขบวนแห่อย่างมโหฬาร เพื่อนำเกี้ยวไปรับพระจำหลักที่สะพานหิน เป็นการระถึงวันที่ควันธูปจากมณฑลกังไสมาถึงภูเก็ต ในขบวนแห่จะมีการแสดงอิทธิฤทธิ์ของม้าทรง หรือ คนทรงเจ้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จะเห็นภาพของการใช้ของมีคมต่างๆ ทิ่มแทงตามร่างกาย มีทั้งง้าว ลูกตุ้มเหล็กฟาดหน้าฟาดหลัง เอาขวานจามหลัง หรือเอาเหล็กแหลมทิ่มแทงร่างกาย หรือแทงลิ้น จนกระทั่งเฉือนลิ้นตัวเองออกมา โดยทรงเหล่านั้นอ้างว่าไม่มีความเจ็บปวดใดๆ ขณะเป็นร่างทรง ม้าทรงจะเดินเต้นไปทั่วเมือง ชาวบ้านจะตั้งโต๊ะเครื่องเซ่นไหว้ เพื่อให้เจ้าไปโปรดและมีการจุดประทัดตลอดเส้นทาง ทั้งเกาะปกคลุมด้วยควันธูปและประทัด

           วันที่เก้า ช่วงเช้าจะมีพิธีทำทาน หรือเรียกว่า “ซิโกว” เป็นการให้ทานแก่ผีไม่มีญาติ ตอนกลางคืนจะมีแห่มังกร, สิงโต, ขบวนของเด็กที่จัดเพื่อเป็นสีสัน 

          ขณะที่จังหวัดภูเก็ตจะมีพิธีศักดิ์สิทธิ์ คือ พิธี “โก๊ยโห้ย” หรือพิธีลุยไฟสะเดาะเคราะห์ ม้าทรง หรือเจ้าจะเดินผ่านกองไฟ ที่มีถ่านร้อนแดงเป็นระยะทางกว่า 2 ฟุต และตามด้วยผู้ที่ถือศีลกินเจที่มีความมั่นใจว่าตัวเองสะอาดแล้ว ก็สามารถร่วมลุยไฟได้ด้วยเช่นกัน ในตอนกลางคืนจะมีพิธีปีนบันไดมีด สูงประมาณ 12 เมตร และจบลงที่ยามดึกของคืนวันที่ 9 จะมีการแห่พระไปส่งทะเลบริเวณสะพานหิน และนำเสาโกเต้งลง ดับโคมไฟทั้ง 9 เป็นเสร็จพิธีกินเจที่ภูเก็ต

           วันที่สิบ เป็นวันส่งเจ้ากลับ

 การปฏิบัตตนในช่วงกินเจ

           1. งดเว้นเนื้อสัตว์ และทำอันตรายต่อสัตว์

           2. งดนม เนย และน้ำมันที่มาจากสัตว์

           3. งดอาหารรสจัด ทั้งอาหารเผ็ด หวานจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด

           4. งดผักหรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นแรง เช่น ผักชี กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียว กุยช่าย รวมทั้งใบยาสูบ และของมึนเมาต่างๆ เพราะผักดังกล่าวนี้ เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นเหม็นคาวรุนแรง นอกจากนี้ยังมีพิษคอยทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ

           5. รักษาศีลห้า

           6. ทำบุญทำทาน สำหรับคนที่เคร่งครัดจะนุ่งขาวห่มขาว

           7. รักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ รักษาอารมณ์

          สำหรับผู้ที่เคร่งครัดมากๆ จะทานอาหารเฉพาะที่คนกินเจด้วยกันเป็นคนปรุงเท่านั้น รวมทั้งจะต้องล้างหม้อจนสะอาด แยกภาชนะสำหรับใส่เนื้อสัตว์ออก เพื่อปรุงอาหารเจเฉพาะ นอกจากนี้ยังจุดตะเกียงไว้ 9 ดวงตลอดช่วงเทศกาลกินเจ 9 วัน โดยไม่ปล่อยให้ดับ เพื่อเป็นพุทธบูชา และรำลึกถึงบุญคุณของพ่อแม่ญาติพี่น้อง ตลอดจนผู้ที่มีบุญคุณต่อผืนแผ่นดินเกิด

 ประโยชน์ของการกินเจ

          การกินอาหารเจ นอกจากจะเป็นการถือศีลรักษาประเพณี และละเว้นชีวิตแล้ว ยังให้ประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้

           1. ร่างกายสามารถขับถ่ายของเสียออกได้หมดทำให้ ไม่มีสารพิษตกค้างอยู่ภายใน เพราะสารอาหารจากพืชผักและผลไม้จะช่วยให้ระบบขับถ่ายและการย่อยเป็นปกติ

           2. เมื่อรับประทานเป็นประจำ โลหิตจะถูกฟอกให้สะอาดขึ้นเรื่อยๆ เซลล์ต่างๆ ของร่างกายเสื่อมสลายช้าลง ทำให้อายุยืนยาวมีผิวพรรณสดชื่นผ่องใส ร่างกายแข็งแรงรู้สึก มีสุขภาพดี

           3. อวัยวะหลักสำคัญภายใน ได้แก่ หัวใจ ไต ม้าม ตับ ปอด และอวัยวะประกอบคือ ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก กระเพาะปัสสาวะ กระเพาอาหาร ถุงน้ำดี แข็งแรงทำงานได้เป็นปกติสมบูรณ์

           4. ร่างกายสามารถต้านทานต่อสารพิษต่างๆ ได้แก่ สารเคมี ยาฆ่าแมลง มลภาวะ และก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ในอุตสาหกรรม ไอเสียจากเครื่องจักร เครื่องยนต์ ซึ่งสารอาหารในพืชผัก จะช่วยให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกายสามารถทนต่อการทำลายจากรังสีต่างๆ ได้

           5. สามารถต้านทานสารพิษได้สูงกว่าคนปกติ ในบรรดาผู้ที่ทานเจมักไม่ปรากฎโรครุนแรงหรือเรื้อรัง เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบ ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โรคไต ฯลฯ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย ย่อยอาหารและทางเดินอาหาร เช่น โรคริดสีดวงทวาร มะเร็งในกระเพาะและลำไส้ โรคกระเพาะ อาหารไม่ย่อย โรคเหล่านี้จะไม่พบเลยในกลุ่มคนผู้ที่รับประทานอาหารเจ อาหารพืชผักและผลไม้เป็นประจำ

           6.การกินเจทำให้เกิดความเมตตา เกิดความสงบสุขุม อารมณ์ไม่ฉุนเฉียว ไม่โมโหง่าย ซึ่งจะช่วยเกื้อกูลส่งเสริมให้บารมีธรรมสูงขึ้นเรื่อยๆ

           7.หยุดการสร้างบาป เวรกรรม ทำให้ไม่เกิดการอาฆาต พยาบาท จึงปราศจากศัตรูทั้งมนุษย์และสัตว์ที่คิดมุ่งทำร้ายตามจองเวร

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
- th.wikipedia.org
- elib-online.com
- panyathai.or.th

เที่ยวสนุก พักผ่อนอย่างมีความสุขที่ หาดกมลา Feb 15

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจาก www.tripperclub.com         
 
          “หาดกมลา”คืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในจังหวัดภูเก็ต อยู่ในอำเภอกะทู้ ห่างจากตัวเมืองภูเก็ต 26 กิโลเมตร อยู่ถัดลงมาทางใต้ของหาดสุรินทร์ เป็นหาดทรายยาวประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สงบน่าพักผ่อน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ที่เหนือหาดยังมีที่พัก ร้านค้า ร้านอาหาร ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย 

          เมื่อพูดถึงเมืองท่องเที่ยวอย่าง “ภูเก็ต” เชื่อว่าทุกคนคงต้องรู้สึกตื่นเต้นเป็นแน่ ถ้ารู้ว่าจะได้ไปเยือนจังหวัดที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติ… หาดทรายขาวๆ น้ำทะเลสีฟ้าใส บนเกาะที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่มีพื้นที่ประมาณ 543 ตารางกิโลเมตร

          อย่างไรก็ตาม ที่หาดกมลาแห่งนี้ยังมีที่เที่ยวแห่งหนึ่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด คือ ภูเก็ตแฟนตาซี ซึ่งเป็นแหล่งบันเทิงยามราตรี มีการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทย ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ภายในบริเวณตกแต่งเหมือนสวนสนุก คุณจะได้พบกับสีสันแห่งความรื่นเริงพร้อมบันเทิงที่รับรองว่าต้องประทับใจ มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ห้องเกมส์ และการแสดงจินตมายาในวังไอยรา ซึ่งเป็นการแสดงที่นำเอกลักษณ์ไทยทั้งด้านวรรณคดี วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม มาผสมผสานได้อย่างวิจิตรตระการตา… แค่คิดก็ตื่นตาตื่นใจ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ไปเที่ยวได้ยังไงล่ะคะ

 การเดินทางไปจังหวัดภูเก็ต 

 รถยนต์

          จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี - ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี อำเภอตะกั่วป่า อำเภอท้ายเหมือง บ้านโคกกลอย จังหวัดพังงา ข้ามสะพานสารสิน เข้าจังหวัดภูเก็ต หรืออีกเส้นทางหนึ่งจากชุมพร ไประนอง พังงา ภูเก็ต รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ 862 กิโลเมตร 

 

 รถโดยสารประจำทาง

          บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ไปภูเก็ตทุกวัน สอบถามรายละเอียด โทร. 0-2434-7192, 0-2435-5605, 0-2435-1199 (รถปรับอากาศ) และโทร. 0-2434-5557-8 (รถธรรมดา)

 เครื่องบิน          มีบริการเที่ยวบินระหว่าง กรุงเทพฯ - ภูเก็ต ทุกวัน สามารถสอบถามตารางบิน และข้อมูลเพิ่มเติมที่สายการบินต่างๆ  

 

 การเดินทางไปยังหาดกมลา 

          จากอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร เลี้ยวซ้ายผ่านหาดสุรินทร์ แหลมสิงห์ ก็จะถึงหาดกมลา ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 26 กิโลเมตร 

          ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ TAT CALL CENTER โทร. 1672 (บริการทุกวัน เวลา 8.00 - 20.00 น.)ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก

ภูเก็ต สวรรค์แดนใต้ Oct 14

ภูเก็ต

เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และ tripsthailand.com 
  
          ยามใดที่ลองหลับตานึกถึงสายน้ำใสๆ หาดทรายสวยๆ ยามนั้นเป็นต้องคิดถึงท้องทะเล… ยามใดที่ลองแหงนหน้ามองท้องฟ้า แล้วนึกถึงสายลมเย็นๆ ที่พอพัดผ่านสะกิดผิวให้รู้สึกสบายกาย ยามนั้นเป็นต้องคิดถึงบรรยากาศแสนโรแมนติก และยามใดเมื่อคุณลองเปิดตา คุณจะได้พบกับความเป็นจริงที่มีทั้งความสุข สนุก ไปพร้อมๆ กับใบหน้าที่เปื้อนยิ้มของคนรอบข้าง ที่มีความสุขไม่น้อยไปกว่าคุณ ยามนั้น… คือ ยามที่คุณได้ยืนอยู่บนแผ่นดินของเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นั่นคือ… ภูเก็ต สวรรค์เมืองใต้นั่นเอง  
  
          “ภูเก็ต” ได้ชื่อว่าเป็นไข่มุกแห่งอันดามัน เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในด้านความสวยงามของทิวทัศน์ และหาดทราย น้ำทะเลสีฟ้าใส พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยวครบครัน เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ ตั้งอยู่ทางชายฝั่งทะเลตะวันตกของประเทศไทยในน่านน้ำทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย มีพื้นที่ประมาณ 543 ตารางกิโลเมตร ความยาวสุดของเกาะภูเก็ตวัดจากทิศเหนือถึงทิศใต้ประมาณ 48.7 กิโลเมตร และส่วนกว้างที่สุดวัดจากทิศตะวันออกถึงทิศตะวันตกประมาณ 21.3 กิโลเมตร ภูเก็ตแบ่งออกเป็น 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอถลาง และอำเภอกะทู้
 
          สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดภูเก็ต มีดังนี้…
 
“อุทยานแห่งชาติสิรินาถ” (หาดในยาง) 
 
          อุทยานแห่งชาติสิรินาถ เป็นหาดทรายที่มีความยาวต่อเนื่องกันถึง 13 กิโลเมตร ครอบคลุมเนื้อที่ 56,250 ไร่ โดยเริ่มจาก “หาดในทอน” ใช้เส้นทางไปอุทยานฯ เลี้ยวซ้ายที่หลักกิโลเมตร 21 - 22 เมื่อถึงทางแยกเข้าบ้านสาคู เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 3 กิโลเมตร หาดในทอน เป็นเวิ้งอ่าวที่งามแปลกตาทอดโค้งจากตัวเกาะเป็นที่กำบังคลื่นลมได้อย่างดี และเป็นหาดที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ

หาดในยาง

          ส่วน “หาดในยาง” เป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นหาดที่มีสวนสนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อนและเล่นน้ำ นอกจากนี้ ยังมีแนวปะการังขนาดใหญ่เป็นที่อาศัยของสัตว์ทะเลนานาชนิด โดยเฉพาะเต่าทะเลซึ่งจะขึ้นมาวางไข่บนหาด ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ แต่ปัจจุบันเต่าทะเลมีจำนวนลดลงมากจนแทบจะไม่เห็นเต่าขึ้นมาวางไข่อีกเลย
           
          “หาดไม้ขาว” หรือ “หาดสนามบิน” ไปตามเส้นทางถนนเทพกษัตรีผ่านทางแยกเข้าสนามบิน ตรงไปทางสะพาน
สารสินจะมีทางแยกด้านซ้ายมือ มีป้ายบอกทางเข้าหาดไม้ขาว เลี้ยวซ้ายไป 3.5 กิโลเมตร ก็จะถึงหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นหาดที่มีจั๊กจั่นทะเลและเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่เช่นเดียวกับหาดในยาง
 
          “หาดทรายแก้ว” เป็นหาดทรายขาวทอดยาวขนานกับทิวต้นสนอยู่ถัดจากหาดไม้ขาวไปจนถึงสะพานสารสิน นับเป็นหาดที่อยู่เหนือสุดของเกาะภูเก็ต
 
          ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ยังมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว คือ บังกะโล จำนวน 10 หลัง ราคาหลังละ 600 - 1,200 บาท และเต็นท์ราคา 100 - 300 บาท หากนำเต็นท์มาเองเสียค่าธรรมเนียมเช่าพื้นที่คนละ 20 บาท สอบถามข้อมูลได้ที่ อุทยานแห่งชาติสิรินาถ หาดในยาง ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83140 โทร. 0-7632-8226 กรมอุทยานแห่งชาติ กรุงเทพฯ โทร. 0-2561-2919, 0-2579-7223, 0-2579-5734 
 
“อนุสาวรีย์วีรสตรี”  
 
          อนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีและท้าวศรีสุนทร ตั้งอยู่ที่สี่แยกท่าเรือ ห่างจากตัวเมืองภูเก็ต 12 กิโลเมตร เป็นอนุสาวรีย์ที่ชาวภูเก็ตร่วมกันสร้างขึ้น เมื่อปี 2509 เพื่อเชิดชูเกียรติวีรสตรีผู้กล้าหาญแห่งเมืองถลาง

หาดป่าตอง

“หาดป่าตอง” 
 
          หาดป่าตอง อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 15 กิโลเมตร ตามเส้นทางถนนวิชิตสงคราม หรือทางหลวงหมายเลข 4020 ไป 9 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4029 ไปอีก 6 กิโลเมตร เป็นอ่าวที่มีความโค้งมาก หาดทรายงดงามเป็นแนวยาว 9 กิโลเมตร น้ำทะเลใสสะอาด เหมาะแก่การเล่นน้ำ บริเวณหาดมีที่พัก บริษัทนำเที่ยว ศูนย์การค้า แหล่งบันเทิง บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน (ว้าว…)
 
“พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยภูเก็ต” 
 
          พิพิธภัณฑ์เปลือกหอยภูเก็ต ตั้งอยู่บนถนนสายห้าแยกฉลอง - หาดราไวย์ เป็นแหล่งรวบรวมเปลือกหอยหลากสีสัน และลวดลายจากทั่วทุกมุมโลก โดยมีการจัดเรียงหอยเป็นหมวดหมู่  ซึ่งประกอบด้วย ฟอสซิล เปลือกหอย อายุหลายร้อยล้านปี เปลือกหอยยักษ์น้ำหนักกว่า 250 กิโลกรัม แอมโมไนท์ขนาดใหญ่เกือบเท่าล้อรถ ไข่มุกสีทองหนัก 140 กะรัต เปิดบริการให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.00 - 18.00 น. ค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท 

ภูเก็ตแฟนตาซี

 “ภูเก็ตแฟนตาซี”  
 
          ภูเก็ตแฟนตาซี ตั้งอยู่บริเวณหาดกมลา เป็นแหล่งบันเทิงยามราตรี ที่มีการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทยด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง ภายในบริเวณมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกและหัตถกรรมไทยต่างๆ ห้องเกมส์ แต่ละอาคารจะได้รับการออกแบบเป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ลักษณะต่างๆ โดยดึงเอาจุดเด่นของแต่ละภาคมาใช้ และตกแต่งโดยใช้แสงสีต่างๆ ดูตระการตา สิ่งที่ไม่ควรพลาดชมคือ การแสดงจินตมายา ในวังไอยรา เป็นการนำเอกลักษณ์ของไทยทั้งด้านวรรณคดี วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม มาผสมผสาน และนำเสนอผ่านตัวเอกคือเจ้าชายกมลา และช้างคู่บารมี ไอยรา โดยใช้เทคนิคพิเศษเข้ามาช่วย คั่นการแสดงด้วยบัลเล่ต์กลางเวหา มายากล นำเสนอโดยนักแสดงที่แสดงเป็นอินจันแฝดสยามคู่แรกของโลก เปิดให้บริการเวลา 17.30 - 23.30 น. การแสดงเริ่มเวลา 21.00 น. (งดการแสดงวันพฤหัสบดี)  ค่าเข้าชมการแสดงรวมบุฟเฟ่ต์ ผู้ใหญ่ 1,600 บาท เด็ก 1,200 บาท  ชมการแสดงอย่างเดียว ผู้ใหญ่ 1,100 บาท เด็ก 800 บาท  
 
“ตึกโบราณ” 
 
          ในตัวเมืองภูเก็ตนั้น ส่วนมากจะเป็นตึกสมัยเก่า มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบยุโรป สร้างขึ้นเกือบร้อยปีมาแล้ว เมื่อครั้งกิจการเหมืองแร่เริ่มเจริญใหม่ๆ อาทิ อาคารปัจจุบันที่ทำการศาลากลางจังหวัด ศาลจังหวัด ธนาคารนครหลวงไทย นอกจากนี้ ยังมีอาคารบางส่วนที่ได้รับอิทธิพลทางด้านสถาปัตยกรรมแบบจีนมาผสมผสาน เรียกว่า สถาปัตยกรรมแบบ “ชิโน - โปรตุกีส” (Chinois Postugess) คืออาคารจะมีส่วนลึกมากกว่าส่วนกว้างและไม่สูงนัก สามารถหาชมได้บริเวณถนนถลาง ถนนดีบุก ถนนพังงา ถนนเยาวราช และถนนกระ

แหลมพรหมเทพ

“แหลมพรหมเทพ” 
 
          แหลมพรหมเทพ เป็นจุดชมวิวที่สวยงามของภูเก็ต อยู่ห่างจากหาดราไวย์ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหลมที่อยู่ตอนใต้สุดของเกาะภูเก็ต ชาวบ้านเรียกว่า “แหลมเจ้า” จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดลงสู่ปลายแหลมที่เป็นโขดหิน สามารถเดินไปจนถึงปลายแหลมได้ มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกต และสามารถเห็นเกาะแก้วอยู่ด้านหน้าแหลม ทางขวาจะเห็นแนวหาดทรายของหาดในหาน แหลมพรหมเทพนับเป็นสถานที่ชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมากแห่งหนึ่ง 
 
          นอกจากนั้น ยังมี “ประภาคารกาญจนาภิเษก แหลมพรหมเทพ” สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มีขนาดความกว้างที่ฐาน 9 เมตร สูง 50 ฟุต และแสงไฟจากโคมไฟจะมองเห็นไกลถึง 39 กิโลเมตร ใช้เป็นเครื่องหมายในการเดินเรือเนื่องจากภูเก็ตถือเป็นศูนย์กลางเส้นทางคมนาคมในทะเลอันดามันที่สำคัญ ภายในประภาคารมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวการสร้างประภาคาร การรักษาเวลามาตรฐาน การคำนวณ และแสดงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและตก เรือหลวงจำลองพร้อมประวัติเรือแต่ละลำ จากบนยอดของประภาคารยังเป็นจุดชมทิวทัศน์บริเวณแหลมพรหมเทพโดยรอบ
 
          อย่างไรก็ตาม ที่จังหวัดภูเก็ตมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยวทางทะเลบริการอย่างพร้อมมูล ทำให้เมืองภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในน่านน้ำทะเลอันดามัน ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำดูปะการัง เล่นน้ำตามแนวหาดทราย การตกปลา ชมธรรมชาติป่าเขา และโขดหินบนเกาะ ภูเก็ตมีเกาะบริวารทั้งหมด 39 เกาะ ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต สำหรับเกาะที่น่าสนใจ ได้แก่… 
 
          “เกาะราชาใหญ่” เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาวสะอาด มีหาดทางด้านตะวันตกอยู่ระหว่างหุบเขาเป็นรูปคล้ายเกือกม้า เรียกว่า “อ่าวน้ำตาตก” หรือ “อ่าวบังกะโล” มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสะอาดลักษณะคล้ายทะเลแถบหมู่เกาะสิมิลัน บนยอดเขาทางใต้ของอ่าว มีจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเกาะใต้ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี อ่าวสยาม อ่าวทือ ที่มีหาดทรายขาว และทางตะวันออกของเกาะคือ “อ่าวขอนแค” จะมีปะการังเขากวาง ประการังอ่อน เป็นจุดดำน้ำดูปะการังที่สมบูรณ์จุดหนึ่ง
  
         การเดินทาง  สามารถเช่าเรือหางยาวเหมาลำได้ที่อ่าวฉลอง ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง หรืออาจใช้บริการนำเที่ยวของบริษัททัวร์ทั่วไปในตัวเมืองภูเก็ต ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเดินทางคือเดือนธันวาคม - เดือนเมษายน บนเกาะมีที่พักบริการ   
 
          “เกาะราชาน้อย” อยู่ห่างจากเกาะราชาใหญ่ 11 กิโลเมตร เป็นเกาะที่เกิดจากทับถมของหินปะการัง จึงมีโขดหินมากกว่าหาดทราย ทางด้านตะวันตกมีอ่าวเล็กๆ สำหรับจอดเรือ น้ำทะเลใสสีเขียวมรกต ไม่เหมาะสำหรับเล่นน้ำ แต่เป็นแหล่งตกปลาที่มีปลาชุกชุม
 
          “เกาะไม้ท่อน” เป็นเกาะที่มีปะการังสวยงาม น้ำทะเลใสหาดทรายขาว เหมาะสำหรับผู้ชอบการดำน้ำและตกปลา บนเกาะมีที่พักบริการ
 
          “เกาะเฮ” เป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยงาม และมีปะการังสมบูรณ์ นั่งเรือจากหาดราไวย์ เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร บนเกาะมีที่พักบริการนักท่องเที่ยว 
 
          “เกาะโหลน” พื้นที่เกาะเป็นภูเขามีที่ราบริมทะเล มีเรือโดยสารออกจากอ่าวฉลอง เวลา 18.11 - 19.11 น. ราคา 151 บาท ต่อคน หรือเช่าเรือหางยาวเหมาลำ ราคาประมาณ 811 บาท ใช้เวลาเดินทางเพียง 21 นาที มีที่พักบริการบนเกาะ 
 
          “เกาะตะเภาใหญ่” ใช้เวลาเดินทางโดยทางเรือจากอ่าวมะขามเพียง 11 นาที บนเกาะมีนกเงือกอาศัยอยู่ มีร้านอาหารและที่พักบริการ 
 
          “เกาะรังใหญ่” อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต เป็นเกาะเล็กๆ เงียบสงบ มีบริษัทนำเที่ยวจัดนำเที่ยวชมฟาร์มมุก พายเรือแคนู ขี่จักรยานรอบเกาะ 
 
          “เกาะมะพร้าว” อยู่ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต เดินทางด้วยเรือโดยสารจากท่าเรือแหลมหินใช้เวลาประมาณ 15 นาที บนเกาะมีหมู่บ้านประมง ที่ยังมีวิถีชีวิตแบบชาวบ้านเดิมๆ นอกจากนั้น ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สามารถเดินศึกษาเองได้ หรือหาเช่าจักรยานขี่ท่องเที่ยวรอบๆ เกาะก็ได้ และหากต้องการตกปลา นั่งเรือเที่ยวสามารถติดต่อหาเช่าเรือจากชาวประมง บนเกาะมีที่พักบริการ   
 
          “เกาะนาคาน้อย” เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะภูเก็ต เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงด้านการเลี้ยงมุก นักท่องเที่ยวสามารถซื้อทัวร์ชมฟาร์มมุก ดูการสาธิตวิธีเลี้ยงมุก บนเกาะมีร้านขายมุกและร้านอาหารทะเลไว้บริการ มีชายหาดสำหรับพักผ่อนว่ายน้ำได้ สามารถเดินทางไปได้ตลอดปี การไปเที่ยวที่เกาะนาคาน้อยต้องติดต่อล่วงหน้าที่บริษัททัวร์ในตัวเมืองภูเก็ต บนเกาะไม่มีที่พัก 
 
          “เกาะไข่นอก” เป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไม่มากนัก มีชายหาดสวยงามทรายละเอียดขาวรอบเกาะ เล่นน้ำได้ ด้านหลังของเกาะจะมีปลาเสืออยู่เป็นจำนวนมาก รอบๆ บริเวณมีปะการังเขากวาง ปะการังหินซ้อน สามารถเช่าเรือจากท่าเรือแหลมหิน เกาะไข่นอกเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักแวะมาพักผ่อนเล่นน้ำ บนเกาะไม่มีบริการที่พัก
 
          “เกาะบอน” เป็นเกาะเล็กๆ ทางตอนใต้ของเกาะภูเก็ต มีหาดทรายขาว สามารถเล่นน้ำได้ เดินทางไปเที่ยวชมได้ แบบเช้าไปเย็นกลับ โดยเช่าเรือจากหาดราไวย์หรือแหลมกา ใช้เวลาเพียง 11 นาที ไม่มีที่พักบริการ 
 
          โอ้ว… ว้าว…. เป็นไงกันบ้าง สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่อลังการงานสร้าง น่าไปเที่ยวทั้งนั้นเลยใช่มั้ยล่า จริงๆ แล้วในจังหวัดภูเก็ต ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายเลยนะคะ ถ้าอยากรู้ว่าสุดยอดขนาดไหน คุณต้องไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองค่ะ… อากาศร้อนๆ อย่างนี้ ไม่ไปเที่ยวภูเก็ตไม่ได้แล้ว… แล้วเจอกันที่ภูเก็ตนะคะ บายๆ 
 
ข้อมูลการเดินทาง

รถยนต์ 
 
          จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี - ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี อำเภอตะกั่วป่า อำเภอท้ายเหมือง บ้านโคกกลอย จังหวัดพังงา ข้ามสะพานสารสิน เข้าจังหวัดภูเก็ต หรืออีกเส้นทางหนึ่งจากชุมพร ไประนอง พังงา ภูเก็ต รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ 862 กิโลเมตร 
 
รถไฟ 
           
          ไม่มีบริการรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปภูเก็ตโดยตรง หากต้องการเดินทางโดยรถไฟต้องไปลงที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี (อยู่ที่อำเภอพุนพิน) แล้วต่อรถประจำทางเข้าจังหวัดภูเก็ตใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0-2223-7010, 0-2223-7020, 0-2220-4334 
  
รถโดยสารประจำทาง
  
          บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ไปภูเก็ตทุกวัน สอบถามรายละเอียด โทร. 0-2434-7192, 0-2435-5605, 0-2435-1199 (รถปรับอากาศ) และโทร. 0-2434-5557-8 (รถธรรมดา)
 
เครื่องบิน 
 
          มีบริการเที่ยวบินระหว่าง กรุงเทพฯ - ภูเก็ต ทุกวัน โดยสามารถสอบถามตารางบิน และข้อมูลเพิ่มเติมที่สายการบินต่างๆ 
 
ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ได้ที่…
 
          - ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต โทร.0-7622-2886, 0-7622-0361 

          - TAT CALL CENTER โทร. 1672 (บริการทุกวัน เวลา 8.00 - 20.00 น.)
 
 
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Creative Commons LicenseThis blog is personal use only,not for commercial purposed. All trademarks used are properties of their respective owners.
อนุญาตให้นำบทความไปเผยแพร่ได้ ในกรณีที่ไม่ได้ใช่เพื่อการค้า และต้องให้เครดิตผู้สร้างสรรค์ทั้งชื่อและ ลิงค์ไปยังหน้าของผลงานที่ทำไปเผยแพร่ Powered by wordpress.org
and Wordpress themes | Made free by Web Hosting Refer Entries (RSS) and Comments (RSS).

คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem |

เกมส์ทำอาหารทั้งหมด | หาเพื่อน | แชท | คุยสด | การ์ตูน | hi5ดารา | โหลดเพลง | คลิป | ฟังวิทยุ | ทำนายฝัน | ฟังเพลงออนไลน์ | ฟังเพลงใหม่ | เกมส์เต้น | เกมส์มันๆ |
ดูทีวีย้อนหลัง | dictionary | หางาน | งานราชการ | เกมส์ต่อสู้ | ศึกษาต่อต่างประเทศ | การศึกษา | มหาวิทยาลัย | วันแม่แห่งชาติ | เกมปลูกผัก | ดูดวงความรัก | ข่าว |

เกมส์ | ดูดวง | เกม | ฟังเพลง | เพลง | game | ผลบอล |
เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง